================================================== -->

โปร xo 1️⃣2021

นักวิชาการ มธชี้หมอกควันจะปกคลุมท้องฟ้ากรุงเทพฯ ถึงกลางเมษา เหตุสภาพอากาศ-ตึกสูงโอบล้อมสะสมมลพิษ เสนอรัฐเพิ่มมาตรการเข้มช่วง 90 วันแก้วิกฤติฝุ่นอันตราย ย้ำถ้าไม่ทำอะไรเลย ปัญหาจะรุนแรงปี 68 แนะนำผู้ป่วยหอบหืด-ภูมิแพ้พกยาติดตัวเสมอ หวั่นเสียชีวิต อาการกำเริบ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ที่อาคารอเนกประสงค์ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีเวทีเสวนาธรรมศาสตร์สู่สังคม ครั้งที่ 1 หัวข้อ ภัยร้ายฝุ่นกลางเมือง โดยมี ศพญอรพรรณ โพชนุกูล หัวหน้าหน่วยโรคภูมิแพ้ คณะแพทยศาสตร์ มธ, ดรสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มธ อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และ รศดรนันทวรรณ วิจิตรวาทการ คณบดีวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มธ เข้าร่วมเสวนา ดรสุพัฒน์กล่าวว่า วิกฤตการณ์ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 25 ไมครอน (PM 25) เกินมาตรฐานค่าเฉลี่ยรายวันที่เกิดขึ้นในเขตกรุงเทพฯ ตลอดช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายนของทุกปี ก่อให้เกิดผลกระทบระยะสั้นต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนได้ และเมื่อเทียบจากข้อมูลสถิติปริมาณฝุ่นละออง PM 25 รายวัน ในอากาศบริเวณกรุงเทพฯ ในหลายปีที่ผ่านมา สถานการณ์ในช่วงปี 2560 จนถึงปี 2561 นี้ อยู่ในระดับที่ไม่ได้สูงไปกว่าปีก่อนๆ จากสถิติข้อมูลย้อนหลังไป 7 ปี ตั้งแต่เริ่มมีการตรวจวัดฝุ่นละออง PM 25 ในกรุงเทพฯ พบว่า ค่าเฉลี่ยรายปีของฝุ่นละออง PM 25 ในกรุงเทพฯ มีแนวโน้มลดลงมาตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา โดยในปี 2560 ค่าเฉลี่ยรายปีของ PM 25 ในกรุงเทพฯ อยู่ที่ 26 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ลดลงถึง 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยรายปีของ PM 25 ของปี 2556 ที่สูงถึง 35 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ผลจากการนำน้ำมันและรถยนต์มาตรฐาน Euro 4 มาใช้ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ส่งผลให้มีการลดการระบายมลพิษ ดรสุพัฒน์กล่าวอีกว่า ขณะนี้กรมควบคุมมลพิษกำลังพิจารณาที่จะเสนอให้นำมาตรฐานน้ำมันและรถยนต์ระดับ Euro 5 มาใช้ในประเทศไทยในอนาคต จะส่งผลให้ปัญหามลพิษทางอากาศโดยรวมในกรุงเทพฯ และพื้นที่อื่นๆ ของไทยลดลงได้ อย่างไรก็ตาม หากรัฐยังคงมาตรฐาน Euro 4 ระยะยาวปัญหามลพิษจะกลับมาจากจำนวนรถที่เพิ่มมากขึ้น อีกประเด็นที่อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ พบการเปลี่ยนท่อไอเสียใหม่แทนของเดิมที่ได้มาตรฐาน สมอ ซึ่งก่อมลพิษทางอากาศและเสียง ส่วนการฉีดพ่นน้ำลดฝุ่นละอองในเมืองของ กทมช่วยลดปัญหาได้น้อยมาก สิ่งที่ 50 เขตควรทำเพิ่มคือ ใช้รถดูดฝุ่นทำความสะอาดพื้นถนนในช่วงนี้ถี่ขึ้น คาดว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจะคงอยู่ไปจนถึงหลังกลางเดือนเมษายน สาเหตุจากสภาพอากาศ และ กทมมีตึกสูงจำนวนมากที่โอบล้อมฝุ่นละอองไว้ จากนั้นท้องฟ้ากรุงเทพฯ จะกลับมาเป็นสีฟ้า แต่ก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมฝุ่นละอองที่กำลังดำเนินการและสภาพภูมิอากาศด้วย ทุกคนมีส่วนในการทำให้เกิดฝุ่น PM 25 จากกิจกรรมประจำวัน ทั้งการใช้ยานพาหนะ การเผาในที่โล่ง การก่อสร้าง และการประกอบการอุตสาหกรรม ผู้ก่อมลพิษคือประชาชน ดรสุพัฒน์กล่าวว่า ฝุ่น PM 25 ในกรุงเทพฯ มาจากภาคคมนาคมขนส่ง 54% รองลงมาเป็นการประกอบอุตสาหกรรม มีข้อเสนอมาตรการเฉพาะกิจระยะเวลา 90 วัน สำหรับช่วง กพ-เมยของทุกปี เพิ่มเติมจากในช่วงปกติ โดยเสนอให้มีการลดจำนวนแหล่งกำเนิดมลพิษ ได้แก่ ขยายเขตพื้นที่การจำกัดเวลารถบรรทุกเข้าในเขตกรุงเทพมหานคร เพิ่มจากเขตรอยต่อกับจังหวัดปริมณฑลออกไปถึงวงแหวนรอบนอก เพราะข้อกำหนดเดิมใช้มา 30 ปีแล้ว หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น จำกัดเวลารถบรรทุกขนาดเล็กตาม พรบการขนส่งทางบกหรือป้ายทะเบียนสีเขียว เข้าในเขตกรุงเทพฯ ในชั่วโมงเร่งด่วน ถ้าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นอีก จำกัดรถส่วนบุคคลเข้าในเขตกรุงเทพฯ ทะเบียนรถเลขคู่ในวันคู่ และทะเบียนรถเลขคี่ในวันคี่ เป็นต้น นอกจากนี้ ต้องหาทางลดมลพิษอากาศจากแหล่งกำเนิดควบคู่ไปด้วย ทั้งจัดการจราจรให้คล่องตัว ห้ามจอดรถริมถนนสายหลักทุกสายอย่างเด็ดขาด ตั้งแต่ 0600-2100 น และจัดระเบียบการจราจรและคมนาคมขนส่งให้เป็นไปตามกฎจราจรอย่างเข้มงวด ควบคุมการก่อสร้างในเขตกรุงเทพฯ ให้ดำเนินมาตรการควบคุมการเกิดและการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง ตามข้อกำหนดของ กทม และให้จังหวัดปริมณฑลดำเนินการในลักษณะเดียวกัน หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นให้การก่อสร้างโครงการของรัฐปรับแผนการก่อสร้าง เพื่อลดกิจกรรมหรือชะลอการก่อสร้างในส่วนที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นให้มีการเผาศพเฉพาะที่ใช้เตาเผาศพไร้ควันเท่านั้น ด้าน รศดรนันทวรรณกล่าวว่า องค์การอนามัยโลกได้กำหนดค่าเฉลี่ยรายปี PM 25 เท่ากับ 10 มคก/ลบม และค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง เท่ากับ 25 มคก/ลบม ส่วนประเทศไทย กรมควบคุมมลพิษได้กำหนดค่ามาตรฐานสำหรับ PM 25 คือค่าเฉลี่ยรายปีเท่ากับ 25 มคก/ลบม และค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง เท่ากับ 50 มคก/ลบม ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานองค์การอนามัยโลก ทั้งนี้ ผลการศึกษาพบค่าระดับความเข้มข้นของฝุ่น PM 25 ในกรุงเทพฯ สูงกว่าค่าที่พบในประเทศทางตะวันตก ซึ่งฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 45 ไมครอน สามารถเข้าสู่ปอดและถุงลม ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบน และก่อเกิดโรคมะเร็งได้ สถิติ 5 ปีที่ผ่านมา ยืนยันฝุ่น PM 10 เพิ่มอัตราการตายโดยธรรมชาติ 13% ตายด้วยโรคหัวใจและทางเดินหายใจ 2% เมื่อเทียบกับพลเมืองกรุงเทพฯ 10 ล้านคน มีประชากรกว่า 10,000 คน เสียชีวิตก่อนวัยอันควร แต่ PM 25 กระทบสุขภาพสูงกว่า มีการศึกษาในต่างประเทศยืนยัน รศดรนันทวรรณกล่าว ขณะที่ ศพญอรพรรณกล่าวว่า ในช่วงที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็กในบรรยากาศเกินมาตรฐาน กลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ โรคหอบหืด โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง ถือเป็นกลุ่มที่มีอัตราเสี่ยงก่อสถานการณ์ดังกล่าว และต้องดูแลรักษาสุขภาพเป็นพิเศษ ซึ่งปริมาณของกลุ่มผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจในเขตกรุงเทพฯ มีสูงถึงกว่า 23 แสนคน และมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยกลุ่มเสี่ยงต่อการมีอาการควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ได้แก่ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือกิจกรรมกลางแจ้งในบริเวณที่มีฝุ่นมาก โดยเฉพาะบริเวณที่คับคั่งไปด้วยยานพาหนะ และไม่มีการระบายอากาศที่ดี งดร่วมงานวิ่งมาราธอนในพื้นที่กรุงเทพฯ เพราะมีความเสี่ยงอาการกำเริบ ส่งผลหายใจเร็วและแรง เพราะสูดสารก่อภูมิแพ้ เพราะตอนวิ่งหายใจทั้งทางจมูกและปาก ที่ผ่านมาพบงานวิ่งกลางกรุงเกิดขึ้นทุกสัปดาห์ สะท้อนหน่วยงานไม่ทำงานประสานกัน

  • เยี่ยมชมบล็อก:262595
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 234
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-09-22 21:39:44
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

ประยุทธ์ ยกศาสนาพุทธสอนให้ปรองดอง-สันติสุข อบรม อาจารย์-นักวิชาการ อย่าเสี้ยมนิสิต-นักศึกษาเลียนแบบฝรั่งมังค่า ชี้มีแต่ทำให้เกิดความสูญเสีย เตือนกลุ่มอยากเลือกตั้งเห็นหัวอกพ่อแม่บ้าง ส่งเสียให้เรียนแต่มาชุมนุม บิ๊กป้อม เผยอาจมีมากกว่า 3 กลุ่ม นายกฯ ลั่นไม่ล้มกฎหมายลูกแน่นอน พร้อมปัดทิ้งสารพัดเรื่องไสยศาสตร์ ผงะ! เกิดเหตุอีกาจิกซากนกพิราบกลางทำเนียบฯ เมื่อวันอังคารที่ 20 กพ ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะผู้บริหารกรมการศาสนา และองค์กรเครือข่ายทางพระพุทธศาสนา เข้าพบ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อรณรงค์เชิญชวนประชาสัมพันธ์จัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลมาฆบูชาประจำปี 2561 ซึ่งนายกฯ ได้เขียนคำว่า อุทิศถวาย พร้อมข้อความ ตักบาตร ภาวนา เมตตา สร้างบุญ ในการ์ดวันมาฆบูชาจากนั้นเด็กนักเรียนได้ร้องเพลงวันมาฆบูชา โดยนายกฯ ได้ถามเด็กนักเรียนว่า ใครตอบลุงได้บ้างทำไมเรียกคำว่า จาตุรงคสันนิบาต ซึ่งเด็กนักเรียนตอบว่า คือการทำความดีละเว้นความชั่ว นายกฯ ได้ตอบว่า นั่นใช่อยู่แล้ว พร้อมบอกว่าสิ่งที่มหัศจรรย์วันนี้คือ 4 อย่าง หรือจาตุรงคสันนิบาต ต้องสอนเด็กแบบนี้ สอนให้หาแก่น สาระสำคัญของศาสนาพุทธ คือ สังคมแห่งความปรองดอง สังคมแห่งสันติสุข ศาสนาพุทธสอนแบบนี้ ไม่ได้สอนให้มาทะเลาะขัดแย้งกัน มีอะไรก็พูดจาหารือกัน นั่นแหละสังคมไทย ใครที่ไม่ได้ทำให้สังคมเป็นแบบนี้ก็แย่ เข้าใจไหม ลุงก็ทำให้พวกเรา ไม่ได้ทำให้คนอื่น เรียนหนังสือเก่งแล้วก็ขอให้เป็นคนดีด้วย อดทนหน่อย บ้านเมืองมีปัญหาพอสมควรแล้ว อย่าให้มีอีกเลย หลังจากนั้นนายกฯ ยังได้เขียนข้อความลงในการ์ดบูชามาฆบูชาอภิวันท์ว่า อยากให้คนไทยทุกคนเข้าถึงแก่นแท้ของพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่ทำให้คนมีความสุข อิ่มเอมใจ ขอให้นำสู่การประพฤติปฏิบัติเพื่อบ้านเมืองของเราทุกคน จากนั้น พลอประยุทธ์กล่าวว่า เด็กทุกคนเหมือนผ้าขาวที่พับไว้ โดยเป็นผ้าที่บริสุทธิ์ ซึ่งจะเติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ ผ่านการสั่งสอนจากครอบครัวและครูบาอาจารย์ เพราะฉะนั้นครูอาจารย์ก่อนจะสอนอย่างอื่นต้องสอนให้เด็กอยู่ในกรอบศาสนา อยู่ในศีลในธรรม อย่าไปสอนเรื่องความขัดแย้งก่อน ไม่เช่นนั้นผ้าขาวจะไม่บริสุทธิ์ เพราะบางครั้งพื้นฐานหลักคิดของเด็กยังมีไม่เพียงพอ ถ้าไปรับหรือสอนแนวคิดแบบต่างประเทศ ก็จะไปกันใหญ่ทั้งหมด เพราะเด็กคือพลังสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งต้องขับเคลื่อนในทางที่ถูกและดี วันนี้ผมเป็นห่วงนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหว ถามว่าการที่ไปเอาหลักการของต่างประเทศเข้ามา และต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้เพื่อต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศ แต่ลืมดูไปว่าตอนที่ต่างประเทศเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นมีการบาดเจ็บและสูญเสียไปเท่าไหร่ กี่แสนกี่ล้านคน แล้วเราจะเปลี่ยนแบบเขาหรือ เพราะเราเองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในทางที่สงบ ในทางที่ไม่เกิดความขัดแย้งสูญเสีย ผมจึงขอฝากครูอาจารย์ที่ออกไปสนับสนุนด้วย อย่าสอนเด็กเหมือนทุกวันนี้ ซึ่งหลายท่านเองก็ไม่เคยทำงานทำการ จบด้านวิชาการออกมาแล้วก็ไปสอน และขอฝากสื่อด้วยว่าอย่าไปขยายข่าวแบบนี้ให้มากนัก พลอประยุทธ์กล่าวย้ำอย่าเลียนแบบฝรั่ง พลอประยุทธ์ย้ำว่า วันนี้ครูต้องสอนให้สังคมเกิดความสงบ จะใช้วิธีการใดนั้นไม่รู้ อย่าเอาแค่แบบอย่างของต่างประเทศมาเท่านั้น เพราะเขาได้บาดเจ็บสูญเสียล้มตายไปเท่าไหร่ เนื่องจากความไม่พร้อม วันนี้ของเราพร้อมอยู่แล้ว เราต้องเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ที่ประเทศมีความสงบเรียบร้อยไม่ดีกว่าหรือ ขอร้องว่าอย่าฝืนกฎหมายกันอีกเลย ตนเองใช้ความอดทนสูงอยู่แล้วล่ะ ขอให้สังคมช่วยกันดูแลด้วย พร้อมกันนี้ พลอประยุทธ์ได้บอกกับนักเรียนที่มาร่วมกิจกรรมด้วยว่า ให้เป็นคนดี เดี๋ยวลุงจะไปทำงานเพื่อทุกคน ใครไม่รู้ค่าก็ช่างเขาเถอะ จากนั้น พลอประยุทธ์ได้เดินไปอ่านป้ายรณรงค์เนื่องในวันมาฆบูชา ซึ่งมีป้ายงดดื่มแอลกอฮอล์ เขียนข้อความว่า เมียสั่งมา โดยนายกฯ กล่าวว่า ทำไมต้องให้เมียสั่ง ของแบบนี้ต้องรู้ตัวเองอยู่แล้ว อย่าให้ต้องไปเป็นภาระของเมีย ส่วนอีกป้ายที่เขียนว่า โกหกไม่ดีเป็นบาปนะคะ พลอประยุทธ์ระบุว่า ใช่แล้ว การโกหกเป็นบาป ในวันนี้หลายคนก็โกหกด้วย อยากถามว่าไม่กลัวบาปหรืออย่างไร ซึ่งผลของการโกหกก็จะเกิดในชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า ทุกคนต้องเกรงกลัวต่อบาป ประเทศไทยเองก็ต้องมีหิริโอตตัปปะ คือความละอายและเกรงกลัวต่อบาป ตัวเองก็จะได้ไม่ทำความชั่ว ตัวเองไม่ต้องบอกคนอื่น ขอให้บอกตัวเอง ต่อมาในช่วงบ่าย พลอประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ตอบข้อซักถามถึงกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งประกาศชุมนุมเพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่เดือน มีค-พค พลอประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ไม่ได้ไปขัดแย้งกับท่าน อยากจะเลือกก็อยากเลือก แต่ท่านอย่าทำให้บ้านเมืองขัดแย้งจนเกิดความเสียหาย การประกาศชุมนุมเพิ่มขึ้นจะไปดูว่าผิดกฎหมายหรือเปล่า แล้วประชาชนจะไปร่วมหรือไม่ หลายคนไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เขาชวนก็มา วันก่อนจำได้ว่ามีโพลอะไรออกมาสักอย่าง ที่ถามประชาชนถึงความเข้าใจรัฐธรรมนูญ พบว่ามีคนไม่รู้เรื่องรัฐธรรมนูญกว่า 30% มันน่ากลัวหรือไม่ น่ากลัวนะ แล้วอะไรอย่างอื่นที่เขายังไม่รู้อีก แล้วเราจะถูกชี้นำโดยคนไม่กี่คนนี่หรือ สื่อต้องช่วยในการทำความเข้าใจรัฐธรรมนูญว่าอย่างไร กฎหมายเลือกตั้งมุ่งหมายอะไร ซึ่งหลายคนเขาถือว่าไกลตัว แต่ถึงเวลาก็ไปเลือกตั้ง แล้วมันเกิดอะไรขึ้น สื่อก็ต้องช่วยทำความเข้าใจ เพราะเป็นความสำคัญของประเทศชาติ ว่าจะเดินหน้าต่อไปกันอย่างไรด้วยคนทั้งประเทศ หลายคนอาจอยากออกไปเลือกตั้ง หลายคนก็บอกไม่ออกดีกว่า ให้ คสชอยู่ต่อ มันไม่ได้ทั้งนั้นครับ มันต้องออกไปเลือกตั้ง โดยเลือกตั้งให้ครบ ให้หมดทุกคน จะเลือกใครก็ว่าไป และในนั้นเขาก็ให้กาอีกอันคือไม่เลือกใครก็ได้ ต้องไปดูว่ากฎหมายเขียนว่าอย่างไร ถ้าไม่เลือกใครเลยมากกว่าที่เลือกมันจะเป็นอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้น ต้องดูข้อกฎหมาย รัฐธรรมนูญ พอเลือกตั้งต้องไปดูกัน ไม่งั้นก็มาตั้งกฎหมายลูก พูดกันอยู่แค่นี้ ไม่มีสาระอะไรเลย บ้านเมืองก็สับสนอลหม่านกันหมด ฝากให้ทุกคนดูด้วย พลอประยุทธ์ กล่าวแนะคิดถึงหัวอก พ่อ-แม่ พลอประยุทธ์ย้ำว่า เรื่องการชุมนุม ถ้ามันผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ก็ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ไม่รู้ข้อเท็จจริงไปร่วมมือกับเขา แล้ววันหน้าจะลุกลามหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทำนายไม่ได้ แต่เราทำไมไม่ป้องกันไว้ก่อนไม่ได้หรือ มาตรา 44 ห้ามชุมนุมอะไรนั้น ไม่ต้องการให้มีเรื่อง มันต้องป้องกันไว้ก่อน เป็นกฎหมายเชิงป้องกัน และไม่เคยใช้อำนาจมาตรา 44 หรือ คสชไปลงโทษ ถ้าจะลงโทษก็จับติดคุก 2 ปี ได้ทั้งหมด ก็ให้ไปเข้ากระบวนการยุติธรรมทั้งหมด และวุ่นวายไปหมด เราก็ต้องไปหาวิธีการที่เหมาะสมว่าจะทำอย่างไร นักศึกษา นิสิต ผมคิดว่าสงสารพ่อแม่บ้างเถอะ ต้องไปดูพวกนี้เรียนมากี่ปีแล้ว จะจบเมื่อไร ไม่งั้นก็ไม่จบหรอก เรียนจบมาก็เป็นแบบนี้ อย่าไปคิดว่าเราต้องไปเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง และอย่าลืมว่าการเปลี่ยนแปลงโดยทำให้บ้านเมืองเสียหาย ประชาชนเดือดร้อนบาดเจ็บล้มตาย มันไม่ใช่เรื่องในวันนี้ ต่างประเทศเขาทำมา 200 กว่าปีที่ตายเจ็บกันขนาดนั้น ของเราเพิ่งจะเริ่มมาไม่กี่ปีนี้ โดยที่เป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนด้วยกัน อย่าให้มันเกิดอีกเลย วันนี้พูดเสียเหนื่อยเลย สื่อจดอะไรได้บ้างก็ไม่รู้ การแก้ไขปัญหาทุกอย่างไม่ใช่ง่าย แต่เราก็จะทำ เพราะเราใจเพชร พลอประยุทธ์กล่าว ด้าน พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมวกลาโหม กล่าวในประเด็นนี้ว่า ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย กฎหมายว่าอย่างไรเราต้องยึดตามนั้น ฝ่ายความมั่นคงไม่จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการอะไร เราจะดูแลเหมือนที่ผ่านมา เมื่อถามถึงกรณีสั่งให้จับตาการเคลื่อนไหวของ 3 กลุ่ม รวมถึงตรวจสอบท่อน้ำเลี้ยง มีข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ พลอประวิตรตอบว่า ยังไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม และไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่อาจมีมากกว่า 3 กลุ่มก็ได้ ถามถึงการนัดชุมนุมในวันที่ 22 พคที่จะครบ 4 ปีรัฐประหาร จะมีความวุ่นวายหรือไม่ พลอประวิตรยืนยันว่า ไม่ คนไทยรู้อยู่แล้ว เราทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดความสงบ ที่ไม่สงบก็เพราะสื่อถามไม่ให้สงบ ตอนนี้ไม่มีอะไร ทุกอย่างสงบดี ประชาชนอยู่ดีกินดี ไม่มีอะไร ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงลอนดอน เชิญชวนสมาชิกและนักกิจกรรมกว่า 7 ล้านคนทั่วโลก ส่งจดหมายเรียกร้องรัฐบาลไทยให้ยุติดำเนินคดีอาญาต่อกลุ่มนักศึกษาที่ร่วมกิจกรรมทางการเมืองเรียกร้องให้เลือกตั้ง พลอประวิตรกล่าวว่า การดำเนินการเรื่องนี้อยู่ภายใต้กฎหมายของไทย ต่างประเทศไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะเราทำตามกฎหมายของเรา เมื่อกำหนดกฎหมายขึ้นมา เราก็ต้องใช้กฎหมายดังกล่าว ส่วนเหตุใดเขาต้องออกมาดำเนินการในช่วงนี้ คงต้องไปถามแอมเนสตี้ ส่วนนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีผู้บัญชาการทหารบกระบุว่า ธรรมชาติของคนพออยู่นานคนก็รู้สึกเบื่อ อยากหาสิ่งที่ดีกว่า คนส่วนใหญ่อยากเลือกตั้งกว่า 50-60% นั้น ทำให้รู้สึกเบาใจ เพราะอย่างน้อยผู้นำกองทัพก็ยอมรับความจริงว่าคนส่วนใหญ่ต้องการเลือกตั้ง และ คสชปกครองประเทศมานานจนคนรู้สึกเบื่อแล้ว ซึ่งหวังว่าหัวหน้า คสชจะสำเหนียกถึงความจริงดังกล่าว ดีที่ ผบทบออกมายอมรับความจริง และพร้อมยืนอยู่ข้างคนส่วนใหญ่ที่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง หากกองทัพพร้อมยืนข้างประชาชนไม่เป็นกองหนุนเผด็จการ การเปลี่ยนแปลงก็จะเกิดขึ้นโดยสันติ อย่าลืมเรียกคนของกองทัพกลับกรมกองด้วย ออกมาสร้างความเดือดร้อนทำให้ประชาชนเกลียดกองทัพนานแล้ว ส่วนเห็บหมัดทั้งหลายถ้าพร้อมตายไปกับเผด็จการก็ปล่อยไป แผ่นดินจะได้สูงขึ้น นายวัฒนาโพสต์ลั่นไม่มีล้มกฎหมายลูก สำหรับกรณีกระแสการคว่ำกฎหมายลูกเพื่อเลื่อนโรดแมปการเลือกตั้งออกไปอีกนั้น พลอประยุทธ์กล่าวว่า อยากเน้นย้ำให้ทราบ เพื่อจะเลิกขัดแย้งและสร้างความวุ่นวายกันเสียที ในเรื่องกฎหมายลูก 2 ฉบับ ในความคิดของตนเองและรัฐบาล ได้ให้แนวทางไปแล้วว่าให้มีการแก้ไขตามคณะกรรมาธิการ (กมธ) ของแต่ละฝ่ายที่ได้พิจารณากันขึ้นมา จะไม่ลงไปก้าวล่วง สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้คือจะไม่มีการล้มกฎหมายลูกโดยเด็ดขาด เป็นเรื่องการพิจารณาหาความร่วมมือร่วมกัน จึงต้องตกลงกันให้ได้ ใครจะเรียกร้องอะไรต่างๆ น่าจะยุติได้แล้ว หากกลัวจะล้มกฎหมายอะไร ผมยืนยันแล้วว่าไม่ให้ล้ม ถ้าไม่มีเหตุผลโดยสมควรมันล้มไม่ได้อยู่แล้ว พลอประยุทธ์กล่าว นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ) กล่าวถึงกรณี กมธร่วม 3 ฝ่ายได้ปรับแก้เนื้อหาในกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง สสให้กลับมาตามร่างเดิมของ กรธโดยไม่อนุญาตให้จัดมหรสพระหว่างหาเสียงเลือกตั้งว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด เป็นเรื่องที่ กมธ 3 ฝ่ายพิจารณากันด้วยเหตุและผลไม่ใช่การเอาชนะคะคานกัน โดยเห็นว่าการจัดมหรสพไม่ได้ช่วยให้คนสนใจการเลือกตั้ง เหมือนการดูละครแล้วมีตัวหนังสือวิ่งอยู่ข้างล่าง คนดูก็ไม่ได้สนใจตัววิ่งข้างล่างเพราะสนใจแต่ละคร ส่วนกรณีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ลางร้ายในทำเนียบรัฐบาล เพราะเกิดเหตุหลายครั้งนั้น พลอประยุทธ์กล่าวว่า อย่าไปมองเป็นเรื่องของโหราศาสตร์หรือมองในเรื่องฮวงจุ้ย หรือเรื่องอื่นๆ เพราะวันนี้เราเป็น 40 แล้ว ซึ่งก็ไม่ได้ไปลบหลู่ แต่ถือเป็นเรื่องธรรมชาติ โดยในเรื่องที่มีรถของตำรวจถอยชนอ่างบัว เดี๋ยวว่าจะเรียกมาสอบถามเสียหน่อยว่าถอยรถอย่างไร มีใบขับขี่หรือเปล่า อ่างบัวอยู่ห่างถนนตั้งเยอะ ถอยไปชนได้อย่างไร เป็นตำรวจด้วยซ้ำ เดี๋ยวคงต้องฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูหน่อยว่ามันสอบใบขับขี่มาได้อย่างไร ตอนแรกผมนึกว่าอ่างตั้งอยู่ติดกับถนน แต่ความจริงห่างตั้งเกือบเมตร ไม่รู้ว่าช่องมันแคบไปหรือเปล่า มีการถอยเข้าถอยออกจึงมีปัญหา แต่ก็มองว่าเป็นแค่เรื่องของอุบัติเหตุ ส่วนเรื่องกระถางของต้นข่อย ไม่รู้ว่าแตกมาตั้งแต่ชาติไหน กระถางใบนั้นมันเก่า และของเดิมพร้อมจะแตกอยู่แล้ว พอต้นไม้โตและรากเริ่มขยายมากขึ้นมันก็แตก เรื่องนี้ผมก็คงต้องไปโทษไอ้คนเปลี่ยนกระถาง ไม่ยอมเปลี่ยนเสียที มันก็เลยแตก นายกฯ ระบุ เมื่อถามถึงเรื่องคนจุดธูป 36 ดอกเป็นความเชื่อทางโชคลางอะไรหรือไม่ พลอประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องธูปไม่รู้ว่าใครเป็นคนนำมาปัก ส่วนที่มีข่าวว่ามีคำสั่งให้ตรวจสอบคนที่นำธูปมาปักนั้น ก็ไม่รู้ว่ามีการตรวจสอบกันแล้วหรือยัง ไม่รู้ว่าหาตัวเจอหรือไม่ ซึ่งคนที่นำมาปักก็คงไม่อยากให้กล้องเห็น และไม่ได้หมายความว่าตนเองเป็นคนสั่งให้นำไปปัก ซึ่งคงไม่สั่งอะไรแบบนี้ ซึ่งต้องนึกถึงใจคนอื่นเขาบ้าง เขาอยู่ในทำเนียบรัฐบาล ข้าราชการหลายคนเขาก็อยากให้บ้านเมืองไปได้ เขาก็อาจไปอธิษฐานก็ได้ เขาไม่อยากให้ที่ทำเนียบฯ มีการเข้ามาชุมนุมกัน เขาเคยไม่ได้เข้ามาทำงานตั้งหลายเดือน มีการเปลี่ยนไปทำนาแทน ซึ่งมันใช่หรือไม่ สื่อต้องบอกแบบนี้บ้าง หลายคนหวังดีมีเจตนาดีต่อบ้านเมือง นับถืออะไรก็ว่ากันไป ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลเขาทำไป แต่ในส่วนของรัฐบาล ผมไม่เคยไปสั่งให้ทำเช่นนั้น พอมีการติดโคมจีนสีแดงก็วิจารณ์ว่าติดเพื่อทำฮวงจุ้ย ยืนยันไม่มีเกี่ยวกับกระถางบัวอะไรสักอย่าง กระถางบัวก็คือกระถางบัว ขอให้รู้จักแยกแยะกันเสียบ้าง ทั้งนี้ พลอประยุทธ์ใช้เวลาแถลงข่าวประมาณ 30 นาที โดยช่วงท้ายได้ปรารภว่า สื่อจดอะไรไปได้บ้างก็ไม่รู้ หรือจดแค่เรื่องธูป 36 ดอก โหงวเฮ้ง ขอร้องว่าอย่าไปเสนอเรื่องที่มันสร้างความสงสัยอะไรกันต่อไปเลย มีรายงานแจ้งว่า ภายหลัง พลอประยุทธ์แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) ได้เดินขึ้นไปยังตึกไทยคู่ฟ้า คล้อยหลังเพียง 15 นาที ปรากฏว่ามีซากนกพิราบที่เพิ่งตายใหม่ๆ อยู่บริเวณด้านหน้าทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้ากำลังถูกอีการุมทึ้งกินซากจนขนหลุดลุ่ย ตาหลุดถลนออกจากเบ้า กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเดินมาไล่อีกาและเก็บซากนกพิราบไปทิ้ง ซึ่งทำให้สื่อมวลชนพากันจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา

ที่เก็บบทความ

2015(188)

2014(999)

2013(618)

2012(161)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: ต้ากง

ออนไลน์ 777, ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง บา คา ร่า ฝาก ขั้น ต่ำ 50 เจ้าตัวย้ำ ไม่ได้ไปไหน ไม่ได้ไปหาท่านทักษิณ และก็ยังจะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล คสช แต่ที่หายไป เป็นเพราะช่วงนี้เป็นหวัด ไม่ค่อยสบาย เลยต้องขอพักสักระยะ หายดีแล้วพร้อมจะกลับมาให้ความเห็นเหมือนเดิม ป้าสามพี่น้องเปิดใจทำไมต้องทุบรถจอดปิดทางเข้า-ออก เหตุถูกตลาดนัด 4 แห่งล้อมบ้านจนต้องทนทุกข์มานานเกือบสิบปีจากมลพิษทั้งด้านเสียง ควัน ซ้ำร้ายเจอรถมักง่ายจอดขวางแทบทุกวัน เผยสุดกลั้นเมื่อเจ้าของรถบอกว่าได้ยินเสียงบีบแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ ตำรวจส่งหมายเรียกมือทุบแจ้ง 3 ข้อหา ด้าน ผอเขตอ้างต้องรอคำสั่งศาล เมื่อเวลา 1000 น วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี, นสราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี และ นสบุญศรี แสงหยกตระการ ได้เปิดแถลงข่าวที่หน้าบ้านพักในซอยหมู่บ้านเสรีวิลล่า ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม หลังทั้งสองปรากฏในคลิปเผยแพร่ในโลกโซเชียลขณะใช้ขวานและเสียมทุบรถกระบะสีขาวที่จอดขวางประตูบ้าน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง นสบุญศรีกล่าวว่า เดิมซื้อที่ดินนี้มาโดยยังไม่มีตลาด ต่อมามีตลาดเกิดขึ้นทั้งสองฝั่งติดกับบ้าน มีการตั้งเต็นท์โครงเหล็กขนาดใหญ่ เมื่อฝนตกน้ำก็เทเข้าบ้าน ต่อมามีการสั่งให้รื้อถอน แต่ทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกลับออกใบอนุญาตซ้อนในพื้นที่ที่กำลังมีคำสั่งคุ้มครอง จนมีการละเลยขยายตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยด้านหน้าเป็นตลาด ด้านหลังเป็นที่จอดรถ เกิดมลพิษทั้งเสียง ควันรถ สร้างความเดือดร้อนตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะได้มีการฟ้องร้องและศาลมีคำสั่งคุ้มครองไม่ให้สร้างความเดือดร้อนรำคาญ แต่ก็ไม่เคยได้รับความคุ้มครองเลย มีการจอดรถขวางหน้าบ้านเกือบทุกวัน สำหรับเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าว เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ มีรถกระบะสีขาวมาจอดขวางประตูรั้วหน้าบ้านและล็อกเกียร์ ตนเองและครอบครัวได้ใช้ความพยายามในการตามหาตัวเจ้าของรถเกือบ 30 นาที โดยบีบแตรดังตลอดเวลา และโทรศัพท์แจ้ง 191 จส100 ตามหาเจ้าของรถให้มาเลื่อนออกแล้ว แต่ไม่เป็นผล กระทั่งถึงจุดที่ทำให้เธอตัดสินใจทุบรถ คือเมื่อเจ้าของรถมาถึง บอกว่าได้ยินเสียงแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ จากนั้นเจ้าของรถก็ยังไม่ยอมเลื่อนรถทันที ยังประวิงเวลาทำธุระอยู่อีกนานเกือบ 30 นาที จึงตัดสินใจใช้เครื่องมือทำลายสิ่งกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน อยากถามว่าทำได้อย่างไร เมื่อเดินมาถึงแล้วก็ยังเอาของใส่รถ และยังยืนอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความผิดของเรา อยากขอความกรุณาอย่ามาสนับสนุนคนที่เข้ามาทำผิดกฎหมายเหล่านี้ ผู้แถลงกล่าวว่า กรณีที่ต้องเอาสลิงมากั้นขวางหน้าบ้าน เพราะที่ผ่านมาพบว่ามีการเอารถมาขนถ่ายสินค้าหน้าประตูบ้าน เอารถมาจอดประชิดประตู ส่วนความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ คุณแม่ซึ่งกำลังป่วยเป็นโรคปอด ต้องเข้า-ออกไปโรงพยาบาลเป็นประจำ แต่รถออกไม่ได้ มีปัญหาเกิดขึ้นเพราะรถมาจอดหน้าบ้านมาโดยตลอด ทำให้ต้องไปอยู่โรงพยาบาลหลายเดือน และตอนนี้ก็เสียชีวิตไปแล้ว เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านซึ่งพ่อไม่สบาย แต่ก็ออกจากบ้านไม่ได้ ส่วนเพื่อนบ้านอีกคนเกิดอุบัติเหตุในบ้านขาหัก พอรถพยาบาลมาถึงก็เข้าไม่ได้ เพื่อนบ้านบางคนไม่สบายก็ออกจากบ้านไม่ได้ เพราะมีรถมาจอดขวางเช่นเดียวกัน จนถึงขั้นต้องลงไปกราบที่ถนนเพื่อขอร้องก็เคยมาแล้ว เราเดือดร้อนมาก คนที่จอดรถต้องมีจิตสำนึก ป้ายก็มีติดไว้ชัดเจน จะมากล่าวหาว่าบ้านร้าง ถูกบังคับคดีได้ยังไง ส่วนคนที่บอกว่าเราไปทุบถีบรถ ก็เป็นการกล่าวหาเราจากฝ่ายแม่ค้าพ่อค้า ซึ่งเราไม่ได้มีเรื่องกับตลาด แต่เราร้องเรียนกับทางสำนักงานเขต ทั้งนี้ อยากขอให้สื่อเรื่องนี้ไปถึง คสชว่าประชาชนได้ฟ้องร้องไปแล้วก็ยังไม่มีใครฟัง ไม่ได้รับความช่วยเหลือแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้นมายาวนาน นสบุญศรีชี้แจงด้วยว่า ที่มีข่าวในโลกโซเชียลระบุว่า อดีตเคยออกจากบ้านไม่ได้จนทำให้บิดาเสียชีวิตนั้น ไม่เป็นความจริง มีเพียงมารดาที่ป่วยจึงต้องนำตัวไปพักรักษาที่โรงพยาบาล เพราะกังวลว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันจะไม่สามารถนำส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา ด้าน พตออลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกกสนประเวศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี นสรชนิกร เลิศวาสนา เจ้าของรถกระบะที่ถูกทุบ เข้าแจ้งความดำเนินคดี จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุคือ นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ และ นสราณี แสงหยกตระการ ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกทั้งสองคนมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 กพนี้ เวลา 1300 น หากไม่มาจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากไม่มาอีกจะพิจารณาขอศาลออกหมายจับ โดยส่งหมายเรียกไปยังภูมิลำเนา ซึ่งไม่ใช่บ้านหลังเกิดเหตุ แจ้งรวม 3 ข้อหา คือ ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร ส่วนการดำเนินคดีกับรถที่กีดขวาง เบื้องต้นได้เปรียบเทียบปรับเจ้าของรถ ในข้อหาจอดรถตรงปากทางเข้าออกอาคารในลัษณะกีดขวางการจราจร มีโทษปรับ 500 บาท ส่วนข้อหาก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ยังไม่มีการแจ้ง เนื่องจากต้องรอให้ทางเจ้าทุกข์มาแจ้งความก่อน พตออลงกรณ์กล่าวว่า เจ้าของบ้านทั้งหลาย หากพบการจอดรถในลักษณะกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน ให้แจ้งตำรวจเข้าไปดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์นี้จะเรียกประชุมสำนักงานเขตประเวศ เจ้าของตลาด 3-4 แห่ง ในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อหาแนวทางการป้องกัน แก้ไข ไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก ขณะที่นายธนะสิทธิ์ เมธพันธุ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ กล่าวว่า บริเวณซอยศรีนครินทร์ 55 มีตลาดทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ ตลาดสวนหลวง 1 ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต ตลาดยิ่งนรา ตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลือง ซึ่งทั้ง 5 แห่งยังไม่ได้รับอนุญาตจัดตั้งตลาดจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และสำนักงานเขตประเวศได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สนประเวศ ดำเนินคดีกับเจ้าของตลาด กระทำความผิดฐานจัดตั้งตลาดโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้อยู่ระหว่างศาลปกครองชั้นต้นทบทวนดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้อง และมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีต่อไป ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเมื่อปี 2559 ดังนั้น เขตจึงสามารถควบคุมพื้นที่ได้เพียงเรื่องสุขลักษณะ ความสะอาดของตลาด แผงค้า และผู้ค้าเป็นประจำ รวมถึงการจอดรถ อย่างไรก็ตาม พลตออัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทมได้กำชับให้ดูแลประชาชน รวมทั้งให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่เขตไปดูแลในช่วงเวลาเปิดตลาดระหว่างวันเสาร์-อาทิตย์ และในระยะเวลากว่า 1 ปี สำนักงานเขตไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ บริเวณดังกล่าวอยู่ในเขตผังเมืองสีเหลืองประเภท ย3 สามารถสร้างบ้านพักอาศัย ตลาด หรืออาคารสูงไม่เกิน 15 เมตรได้ ในวันนี้ได้หารือร่วมกับเจ้าของตลาด 4 แห่ง ในการจัดเจ้าหน้าที่ของตลาดมาอำนวยความสะดวกให้ลูกค้านำรถไปจอดบริเวณที่จัดไว้ พร้อมขอความร่วมมือให้บริการจอดรถฟรี โดยมีเพียงตลาดรุ่งวาณิชย์ที่ยังเก็บค่าจอดรถอยู่ แต่ลดจาก 50 บาท เหลือ 20 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 กพเป็นต้นไป พร้อมหาพื้นที่จอดรถเพิ่มเติมให้เพียงพอ ลดการใช้เสียง รวมทั้งการทำความสะอาด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเจ้าของตลาดเป็นอย่างดี ขณะที่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวอีก นายธนะสิทธิ์กล่าว

แต่ที่ไม่เข้าใจ ๒ กรณี คือ มีนัยว่าในชั้นนี้ สนชจะกลายเป็นเสียงข้างน้อยเพราะมีเพียง 5 เสียง ขณะที่ กรธและ กกตเป็นเสียงส่วนใหญ่คือ 6 เสียง โดยเห็นพ้องต้องกันว่าไม่ควรให้จัดมหรสพ และหาก สนชดึงดันในความคิดของตนเองนำเรื่องจัดมหรสพเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ สนช อาจจะถูกโหวตคว่ำร่างกฎหมาย สสซึ่งนั่นหมายถึงดับฝันการจัดการเลือกตั้ง แต่ล่าสุดในประเด็นดังกล่าว สนชยอมถอย โดยในชั้น กมธร่วมมีมติเอกฉันท์ห้ามจัดมหรสพระหว่างการเลือกตั้ง เท่ากับว่าระเบิดรัฐบาลด้านไปหนึ่งลูก บา คา ร่า gclub888 ป้าสามพี่น้องเปิดใจทำไมต้องทุบรถจอดปิดทางเข้า-ออก เหตุถูกตลาดนัด 4 แห่งล้อมบ้านจนต้องทนทุกข์มานานเกือบสิบปีจากมลพิษทั้งด้านเสียง ควัน ซ้ำร้ายเจอรถมักง่ายจอดขวางแทบทุกวัน เผยสุดกลั้นเมื่อเจ้าของรถบอกว่าได้ยินเสียงบีบแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ ตำรวจส่งหมายเรียกมือทุบแจ้ง 3 ข้อหา ด้าน ผอเขตอ้างต้องรอคำสั่งศาล เมื่อเวลา 1000 น วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี, นสราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี และ นสบุญศรี แสงหยกตระการ ได้เปิดแถลงข่าวที่หน้าบ้านพักในซอยหมู่บ้านเสรีวิลล่า ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม หลังทั้งสองปรากฏในคลิปเผยแพร่ในโลกโซเชียลขณะใช้ขวานและเสียมทุบรถกระบะสีขาวที่จอดขวางประตูบ้าน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง นสบุญศรีกล่าวว่า เดิมซื้อที่ดินนี้มาโดยยังไม่มีตลาด ต่อมามีตลาดเกิดขึ้นทั้งสองฝั่งติดกับบ้าน มีการตั้งเต็นท์โครงเหล็กขนาดใหญ่ เมื่อฝนตกน้ำก็เทเข้าบ้าน ต่อมามีการสั่งให้รื้อถอน แต่ทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกลับออกใบอนุญาตซ้อนในพื้นที่ที่กำลังมีคำสั่งคุ้มครอง จนมีการละเลยขยายตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยด้านหน้าเป็นตลาด ด้านหลังเป็นที่จอดรถ เกิดมลพิษทั้งเสียง ควันรถ สร้างความเดือดร้อนตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะได้มีการฟ้องร้องและศาลมีคำสั่งคุ้มครองไม่ให้สร้างความเดือดร้อนรำคาญ แต่ก็ไม่เคยได้รับความคุ้มครองเลย มีการจอดรถขวางหน้าบ้านเกือบทุกวัน สำหรับเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าว เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ มีรถกระบะสีขาวมาจอดขวางประตูรั้วหน้าบ้านและล็อกเกียร์ ตนเองและครอบครัวได้ใช้ความพยายามในการตามหาตัวเจ้าของรถเกือบ 30 นาที โดยบีบแตรดังตลอดเวลา และโทรศัพท์แจ้ง 191 จส100 ตามหาเจ้าของรถให้มาเลื่อนออกแล้ว แต่ไม่เป็นผล กระทั่งถึงจุดที่ทำให้เธอตัดสินใจทุบรถ คือเมื่อเจ้าของรถมาถึง บอกว่าได้ยินเสียงแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ จากนั้นเจ้าของรถก็ยังไม่ยอมเลื่อนรถทันที ยังประวิงเวลาทำธุระอยู่อีกนานเกือบ 30 นาที จึงตัดสินใจใช้เครื่องมือทำลายสิ่งกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน อยากถามว่าทำได้อย่างไร เมื่อเดินมาถึงแล้วก็ยังเอาของใส่รถ และยังยืนอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความผิดของเรา อยากขอความกรุณาอย่ามาสนับสนุนคนที่เข้ามาทำผิดกฎหมายเหล่านี้ ผู้แถลงกล่าวว่า กรณีที่ต้องเอาสลิงมากั้นขวางหน้าบ้าน เพราะที่ผ่านมาพบว่ามีการเอารถมาขนถ่ายสินค้าหน้าประตูบ้าน เอารถมาจอดประชิดประตู ส่วนความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ คุณแม่ซึ่งกำลังป่วยเป็นโรคปอด ต้องเข้า-ออกไปโรงพยาบาลเป็นประจำ แต่รถออกไม่ได้ มีปัญหาเกิดขึ้นเพราะรถมาจอดหน้าบ้านมาโดยตลอด ทำให้ต้องไปอยู่โรงพยาบาลหลายเดือน และตอนนี้ก็เสียชีวิตไปแล้ว เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านซึ่งพ่อไม่สบาย แต่ก็ออกจากบ้านไม่ได้ ส่วนเพื่อนบ้านอีกคนเกิดอุบัติเหตุในบ้านขาหัก พอรถพยาบาลมาถึงก็เข้าไม่ได้ เพื่อนบ้านบางคนไม่สบายก็ออกจากบ้านไม่ได้ เพราะมีรถมาจอดขวางเช่นเดียวกัน จนถึงขั้นต้องลงไปกราบที่ถนนเพื่อขอร้องก็เคยมาแล้ว เราเดือดร้อนมาก คนที่จอดรถต้องมีจิตสำนึก ป้ายก็มีติดไว้ชัดเจน จะมากล่าวหาว่าบ้านร้าง ถูกบังคับคดีได้ยังไง ส่วนคนที่บอกว่าเราไปทุบถีบรถ ก็เป็นการกล่าวหาเราจากฝ่ายแม่ค้าพ่อค้า ซึ่งเราไม่ได้มีเรื่องกับตลาด แต่เราร้องเรียนกับทางสำนักงานเขต ทั้งนี้ อยากขอให้สื่อเรื่องนี้ไปถึง คสชว่าประชาชนได้ฟ้องร้องไปแล้วก็ยังไม่มีใครฟัง ไม่ได้รับความช่วยเหลือแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้นมายาวนาน นสบุญศรีชี้แจงด้วยว่า ที่มีข่าวในโลกโซเชียลระบุว่า อดีตเคยออกจากบ้านไม่ได้จนทำให้บิดาเสียชีวิตนั้น ไม่เป็นความจริง มีเพียงมารดาที่ป่วยจึงต้องนำตัวไปพักรักษาที่โรงพยาบาล เพราะกังวลว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันจะไม่สามารถนำส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา ด้าน พตออลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกกสนประเวศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี นสรชนิกร เลิศวาสนา เจ้าของรถกระบะที่ถูกทุบ เข้าแจ้งความดำเนินคดี จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุคือ นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ และ นสราณี แสงหยกตระการ ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกทั้งสองคนมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 กพนี้ เวลา 1300 น หากไม่มาจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากไม่มาอีกจะพิจารณาขอศาลออกหมายจับ โดยส่งหมายเรียกไปยังภูมิลำเนา ซึ่งไม่ใช่บ้านหลังเกิดเหตุ แจ้งรวม 3 ข้อหา คือ ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร ส่วนการดำเนินคดีกับรถที่กีดขวาง เบื้องต้นได้เปรียบเทียบปรับเจ้าของรถ ในข้อหาจอดรถตรงปากทางเข้าออกอาคารในลัษณะกีดขวางการจราจร มีโทษปรับ 500 บาท ส่วนข้อหาก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ยังไม่มีการแจ้ง เนื่องจากต้องรอให้ทางเจ้าทุกข์มาแจ้งความก่อน พตออลงกรณ์กล่าวว่า เจ้าของบ้านทั้งหลาย หากพบการจอดรถในลักษณะกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน ให้แจ้งตำรวจเข้าไปดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์นี้จะเรียกประชุมสำนักงานเขตประเวศ เจ้าของตลาด 3-4 แห่ง ในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อหาแนวทางการป้องกัน แก้ไข ไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก ขณะที่นายธนะสิทธิ์ เมธพันธุ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ กล่าวว่า บริเวณซอยศรีนครินทร์ 55 มีตลาดทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ ตลาดสวนหลวง 1 ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต ตลาดยิ่งนรา ตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลือง ซึ่งทั้ง 5 แห่งยังไม่ได้รับอนุญาตจัดตั้งตลาดจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และสำนักงานเขตประเวศได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สนประเวศ ดำเนินคดีกับเจ้าของตลาด กระทำความผิดฐานจัดตั้งตลาดโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้อยู่ระหว่างศาลปกครองชั้นต้นทบทวนดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้อง และมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีต่อไป ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเมื่อปี 2559 ดังนั้น เขตจึงสามารถควบคุมพื้นที่ได้เพียงเรื่องสุขลักษณะ ความสะอาดของตลาด แผงค้า และผู้ค้าเป็นประจำ รวมถึงการจอดรถ อย่างไรก็ตาม พลตออัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทมได้กำชับให้ดูแลประชาชน รวมทั้งให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่เขตไปดูแลในช่วงเวลาเปิดตลาดระหว่างวันเสาร์-อาทิตย์ และในระยะเวลากว่า 1 ปี สำนักงานเขตไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ บริเวณดังกล่าวอยู่ในเขตผังเมืองสีเหลืองประเภท ย3 สามารถสร้างบ้านพักอาศัย ตลาด หรืออาคารสูงไม่เกิน 15 เมตรได้ ในวันนี้ได้หารือร่วมกับเจ้าของตลาด 4 แห่ง ในการจัดเจ้าหน้าที่ของตลาดมาอำนวยความสะดวกให้ลูกค้านำรถไปจอดบริเวณที่จัดไว้ พร้อมขอความร่วมมือให้บริการจอดรถฟรี โดยมีเพียงตลาดรุ่งวาณิชย์ที่ยังเก็บค่าจอดรถอยู่ แต่ลดจาก 50 บาท เหลือ 20 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 กพเป็นต้นไป พร้อมหาพื้นที่จอดรถเพิ่มเติมให้เพียงพอ ลดการใช้เสียง รวมทั้งการทำความสะอาด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเจ้าของตลาดเป็นอย่างดี ขณะที่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวอีก นายธนะสิทธิ์กล่าว เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ทำความเข้าใจ 261 ศาลทั่วประเทศ กรณีหลักเกณฑ์ปฏิบัติระเบียบ กบศ การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว จัดสินบนนำจับ เพิ่มมาตรการป้องกันจับกุมจำเลยหลบหนีประกันของศาล เตรียมทำ MOU กรมการปกครอง-คุมประพฤติ พร้อมตั้งผู้ใหญ่-กำนันเป็นเครือข่าย วันอังคารที่ผ่านมา ที่ศูนย์อำนวยความยุติธรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชั้น 6 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ดำเนินการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลชั้นต้น 261 ศาลทั่วประเทศ เกี่ยวกับระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (กบศ) ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับและเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ ผู้จับ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พศ2560 นายสราวุธกล่าวว่า ระเบียบนี้ดำเนินการได้หลังจากที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังซึ่งประกาศลงราชกิจจาฯ และจะมีผลบังคับใช้วันที่ 14 กพ2561 เมื่อระเบียบประกาศใช้แล้วตามมาตรา 9 เงินที่จะใช้เกี่ยวกับระเบียบนี้ จะใช้เป็นเงินค่าปรับในคดีอาญา ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาเงินมีค่าปรับในคดีอาญาประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยเมื่อศาลใช้ระเบียบเครื่องมือตรงนี้ ศาลจะมีการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว โดยทางสำนักงานศาลได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมการปกครอง โดยศาลจะมีการตกลงทำสัญญาเอ็มโอยูในวันที่ 22 กพนี้ สร้างเครือข่ายให้กำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ สามารถเป็นผู้กำกับดูแลและรับเป็นผู้รายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวได้ด้วย และยังเป็นฐานข้อมูลสำหรับคนในพื้นที่ ซึ่งทางกรมการปกครองก็สามารถสั่งการให้ทางกำนันผู้ใหญ่บ้าน เป็นเหมือนเครือข่ายเป็นผู้กำกับการติดตามการรายงานตัว รวมถึงฐานข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ นายสราวุธกล่าว นายสราวุธกล่าวว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 27 กพนี้ ทางศาลยุติธรรมก็จะทำความร่วมมือกับกรมคุมประพฤติ ซึ่งสิ่งที่เราดำเนินการกับกรมคุมประพฤติจะมี 2 ประการ ประการแรกคือ ฐานข้อมูล 6 ล้านคดีทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลที่ศาลใช้ประกอบพิจารณาวินิจฉัยว่าจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวหรือไม่ เพราะบางคนกระทำความผิดหลายครั้ง ก็จะอยู่ในฐานข้อมูล อีกทั้งเวลาศาลสั่งสืบเสาะในปัจจุบันนี้ เรายังต้องมีจดหมายนำส่งไปที่กรมคุมประพฤติ แต่ต่อไปเมื่อได้ทำข้อตกลงกับกรมคุมประพฤติ เราใช้ระบบสแกนกระบวนพิจารณาแล้วส่งไปโดยไม่ต้องทำหนังสือนำส่ง ทางกรมคุมประพฤติก็จะรับดำเนินการทำให้รวดเร็ว จะลดขั้นตอนการทำหนังสือส่ง ลดการเซ็นเอกสาร และสิ่งที่สำคัญจะเป็นการดำเนินการตาม พรบกรมคุมประพฤติ ที่กำหนดไว้ว่าจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 วัน ที่จะต้องแจ้งคำสั่งต่างๆ กระบวนการตรงนี้ทางสำนักงานศาลฯ จะจัดทำคู่มือและอธิบายขั้นตอนทั้งหมดว่าถ้าสามารถเชื่อมต่อในทางเทคโนโลยี ทางกรมคุมประพฤติกับศาลทั่วประเทศ จะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น ลดกระดาษในการติดต่อสื่อสารกัน เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ศาลทั่วประเทศจะต้องทราบคือกระบวนการตามกฎหมายฉบับนี้ เปิดโอกาสให้ศาลสามารถใช้กลไกตาม พรบฉบับนี้ ในการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ได้รับการปล่อยชั่วคราวเพื่อให้คำปรึกษา ซึ่งสิ่งที่สำคัญตัวตามระเบียบนี้คือ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเป็นคนยากจน ไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าพาหนะมารายงานตัวต่อศาล ระเบียบฉบับนี้เปิดช่องให้สามารถจ่ายเงินในอัตราครั้งละ 300 บาท และนอกเขตศาล 500 บาท หรือถ้าศาลเห็นว่าจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่านี้ ก็สามารถกำหนดได้ และการตั้งผู้กำกับดูแลเป็นกลไกช่องทางและเครื่องมือที่ทางสำนักงานศาลจะได้แจกจ่ายกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ไปใน 23 ศาลนำร่อง ซึ่งจะมีการเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีคนี้ อีกด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับระเบียบ กบศ ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราว มีสาระสำคัญสรุปว่า สำหรับค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวหากเป็นผู้ยากไร้ไม่มีค่าพาหนะสำหรับการเดินทางไปศาล หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด มีสิทธิขอรับค่าพาหนะตามหลักเกณฑ์ดังนี้ 1กรณีผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ที่มีที่พักอาศัยอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดเดียวกับสถานที่ที่ศาลกำหนดให้ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวกำหนดค่าพาหนะ ไม่เกินครั้งละ 300 บาท 2กรณีมีที่พักอยู่นอกเขตอำนาจศาล สามารถให้กำหนดค่าพาหนะไม่เกินครั้งละ 500 บาท ซึ่งในการกำหนดค่าพาหนะศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ศาลมีอำนาจกำหนดค่าพาหนะสูงกว่าอัตราที่กำหนดก็ได้ ซึ่งผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ออกหมายปล่อย สำหรับผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะเป็นบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้สอดส่องดูแลรับรายงานตัวหรือให้คำปรึกษาผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตราย โดยมีหน้าที่สอดส่องดูแล, รับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และให้คำปรึกษา โดยผู้กำกับดูแลต้องกำชับ ตักเตือน และคอยสอดส่องพฤติกรรมของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลหรือไม่ หากพบพฤติกรรมอันสงสัยว่าผิดเงื่อนไข ต้องรายงานศาลโดยเร็ว ส่วนเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ซึ่งเมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีส่งตัวต่อศาลแล้ว ให้ผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันส่งตัวจำเลยต่อศาล โดยผู้ร้องต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าตนเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว โดยอัตราให้กำหนดเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับในอัตราไม่เกิน 20,000 บาท และให้กำหนดเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับในอัตราไม่เกินร้อยละ 50 ของวงเงินประกันตัวตามที่ศาลกำหนด หรือตามบัญชีมาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อยชั่วคราว แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนกรณีที่จำเลยที่หลบหนีได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลไม่ได้กำหนดวงเงินประกันตัว ให้กำหนดเงินรางวัลไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนค่าตอบแทนของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ซึ่งมีหน้าที่ในการรับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามกำหนดนัดแทนศาล 1ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการรับรายงานตัว ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 และไม่เกิน 5,000 บาท 2ในกรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการสอดส่องดูแล ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 บาท และไม่เกิน 10,000 บาท 3กรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาให้กำหนดค่าตอบแทนเป็นรายครั้ง ครั้งละ 2,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 30,000 บาท การกำหนดค่าตอบแทนให้คำนึงถึงลักษณะความยากง่ายของภารกิจ ตลอดจนระยะเวลาที่ต้องดำเนินการประกอบ

อ่าน(442) | แสดงความคิดเห็น(284) | ส่งต่อ(635) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

ลู มค 2021-09-22

กล่าวว่าโรแมนติก ประเด็นร้อนอีกเรื่องที่สะท้อนปัญหาเชิงระบบ กรณีคุณป้าใช้ขวานจามรถที่จอดขวางประตูหน้าบ้าน หลังจากฟังเจ้าของบ้าน นสรัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี นสราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี และ นสบุญศรี แสงหยกตระการ ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็น่าเห็นใจ บ้านของตนในหมู่บ้านเสรีวิลล่า ถนนศรีนครินทร์ ถูกล้อมด้วยตลาด สร้างความวุ่นวายให้บ้านตนเองทั้งวันทั้งคืน ยื่นฟ้องผู้ว่าฯ กทม-ผอเขตประเวศต่อศาลปกครอง แล้วซึ่งศาลฯ ได้มีคำสั่งคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราว แต่ไม่ได้รับการบรรเทาทุกข์ ก่อนจะเกิดเรื่องดังกล่าว จึงมีคำถามว่า ผอเขตประเวศ-กทม ปล่อยให้มีการสร้างตลาด 5 แห่ง โดยไม่รับอนุญาตได้อย่างไร ส่วนคนจอดรถขวางและการทุบรถซึ่งทำผิดกฎหมายทั้งคู่ แต่เป็นปลายเหตุ-ต้นเหตุคือ ระบบราชการที่ฉ้อฉล ป้าจึงตกเป็นเหยื่อของ กระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้า ซึ่งก็คือ ความอยุติธรรมนั่นเอง และยังมีที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากการฉ้อฉลของระบบราชการอีกมาก 0

วิพากษ์วิจารณ์ฝั่งผู้มีอำนาจแทบทุกวัน จนมีคดีติดตัวหลายข้อหา หมวดเจี๊ยบ-รทหญิงสุณิสา ทิวากรดำรง กระบอกเสียงพรรคเพื่อไทย แม้โดนคดีตามหลังมากมาย เจ้าตัวยืนยัน ยังทำหน้าที่ต่อไป ช่วงไม่นานมานี้หมวดเจี๊ยบเงียบหาย ทำให้สงสัยหายไปไหน แอบไปพบ นายใหญ่-ทักษิณ ชินวัตร เจ๊ปู-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ฮ่องกง เหมือนเพื่อนสมาชิกพรรคคนอื่นหรือเปล่า ที่พร้อมใจพร้อมหน้าไปหากันอย่างคึกคัก หรือว่าเริ่มได้รับผลกระทบทางด้านคดี โดนขู่จนไม่กล้าออกมาอีกแล้ว

Luo Xu Zhou 2021-09-22 21:39:44

ทัพซีเรียทิ้งบอมบ์ฝ่ายกบฏ! พลเรือนตายเกลื่อน190ศพ 21 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 00:01 น

เฉินเสียจักรพรรดิ 2021-09-22 21:39:44

ผมไม่รู้สึกเสียใจกับการเล่นของเรา ผมตัดสินผู้เล่นของผมจากความตั้งใจ ไม่ใช่ผลการแข่งขัน และความตั้งใจของเราถือว่าดี ,เพิ่มช่องขายสินค้าเกษตร เล็งเว็บอาลีบาบา คู่ค้า 22 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 09:09 น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมวพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการหารือกับเว็บไซต์ขายสินค้าที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น Alibabacom , JDcom รวมถึงเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อช่วยเหลือและนำสินค้าเกษตรของไทยไปขายบนเว็บไซต์ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและขยายโอกาสให้การขายสินค้าเกษตรของไทยได้มากขึ้น โดยหากสินค้าเกษตรของไทยสามารถขายในเว็บไซต์ระดับโลกที่มีผู้ซื้ออยู่ทั่วทุกมุมโลกได้ จะทำให้เกษตรกรไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น。 ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ฟังคำชี้แจงของ บิ๊กตู่-พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสชภายหลัง นายต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช) ทำหนังสือถึงนายกฯ ในฐานะเป็นประธาน คตช แสดงความกังวลกรณี เสี่ยป้อม-พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมวกลาโหม ถูกตรวจสอบเรื่องนาฬิกาหรูแล้วละเหี่ยใจ อ้างว่าเป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ ศาลตัดสินออกมาก็เป็นเรื่องของศาล ไม่อยากให้มาพูดจนวุ่นวายไปหมด แล้วทีข้าราชการระดับสูง องค์กรปกครองท้องถิ่น อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบ บิ๊กตู่ ก็ใช้ ม44 เล่นงานไปนับร้อยคน แต่กับพวกพ้องตัวเองกลับใช้อีกมาตรฐาน 0 。

Ai Xinjue Roche 2021-09-22 21:39:44

ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง, ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ฟังคำชี้แจงของ บิ๊กตู่-พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสชภายหลัง นายต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช) ทำหนังสือถึงนายกฯ ในฐานะเป็นประธาน คตช แสดงความกังวลกรณี เสี่ยป้อม-พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมวกลาโหม ถูกตรวจสอบเรื่องนาฬิกาหรูแล้วละเหี่ยใจ อ้างว่าเป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ ศาลตัดสินออกมาก็เป็นเรื่องของศาล ไม่อยากให้มาพูดจนวุ่นวายไปหมด แล้วทีข้าราชการระดับสูง องค์กรปกครองท้องถิ่น อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบ บิ๊กตู่ ก็ใช้ ม44 เล่นงานไปนับร้อยคน แต่กับพวกพ้องตัวเองกลับใช้อีกมาตรฐาน 0 。 สองผู้ป่วยค่ายเพื่อไทย แม้หายหน้าไปจากหน้าหนังสือพิมพ์ แต่ต่างยืนยันยังไม่ทิ้งการเมือง ขอให้เวลาจังหวะเปิด หายดีเมื่อไหร่ พร้อมกลับมาลุย เหมือนเดิม。

ซ่ง ยอง จง จ้าวชู 2021-09-22 21:39:44

นสชุติมา บุณยประภัศร รมชพาณิชย์ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้บริหารบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป จากจีน ได้เข้าพบหารือ เพื่อขอให้สนับสนุนการเข้ามาลงทุนของอาลีบาบาในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยได้แจ้งว่า กระทรวงฯ พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และได้ขอให้อาลีบาบาช่วยพัฒนาการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของไทย หรือการค้าขายสินค้าทางออนไลน์ โดยขอให้นำสินค้าเกษตรของไทยไปขายบนเว็บไซต์อาลีบาบา, ปีนี้เป็นปีของคนชื่ออักษรย่อ ปปลา จริงๆ วานนี้ในที่ประชุม ครม มีการพูดถึงปัญหาของ ๓ ป คือ ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ บิ๊กป๊อก อนุพงษ์ เผ่าจินดา มีการแอบอ้าง ๓ ปเพื่อโกง! นับเป็นเรื่องดีครับที่ บิ๊กป้อม ประกาศกลางที่ประชุม ครมว่า หากใครมาแอบอ้าง ปปลา ไปสั่งการนู้นนี้ แจ้งมาได้เลย นี่เป็นการ การันตีว่า รัฐบาลรู้ว่าการโกงยังมีอีกมาก แถมยังแอบอ้าง ๓ ปซะด้วย แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร? ก็อย่างที่รู้กัน การแก้ปัญหาคอร์รัปชันให้ได้เด็ดขาด อยู่ที่ผู้นำว่าเด็ดเดี่ยวแค่ไหน ต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช) ที่มี ลุงตู่ เป็นประธาน ทำหนังสือถึงลุงตู่นี่แหละ แสดงความกังวลต่อบทบาทของ คตช ในสถานการณ์วิกฤติปัจจุบัน กรณี ป้อมนาฬิกา พูดง่ายๆ จะจับโกงกันอย่างไร ในเมื่อคนในรัฐบาลยังถูกสงสัยเรื่องความโปร่งใส ก็ไม่ทราบด้วยเหตุอันใด ลุงตู่ ดูจะหงุดหงิด ตอบคำถามคุณต่อตระกูล ผ่านสื่อว่า ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว เป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ ไม่อยากให้มาพูดจนวุ่นวายไปหมด ทำเรื่องการทุจริต แต่ก็อย่าทำให้มันวุ่นวาย ให้มันมีปัญหา ให้มันสับสนอลหม่านไปหมด ให้กลไกในการตรวจสอบทำไป และถ้าตรวจสอบมาแล้ว มีการทำความผิดจริง ก็เข้าไปสู่กระบวนการของศาลยุติธรรม ศาลตัดสินออกมา ก็เป็นเรื่องของศาล ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ลุงตู่ พูดถูกครับ ไม่มีอะไรผิด แต่จะตอบคำถามคุณต่อตระกูลที่ตั้งขึ้นใหม่ได้อย่างไร เราเคยเห็นนายกฯ ทำกับข้าราชการที่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบมาแล้ว มีการสั่งย้ายหรือพักงานเป็นจำนวนร้อยๆ คน ดังนั้น มันอยู่ในอำนาจของนายกฯ นั่นน่ะซิ! ใช่ครับ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจ ที่จะพักงาน บิ๊กป้อม จนกว่ากระบวนการตรวจสอบได้ข้อสรุป และมีสิทธิ์ปรับ บิ๊กป้อม ออกจาก ครม แต่ท่านก็เคยบอกไปแล้วว่า ถ้ารักตนให้รักคนอื่นใน ครมด้วย ฟังดูเหมือนมัดมือชก ฉะนั้นมองในมุมของความเด็ดเดี่ยวการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ก็ยังหาไม่เจอ ซ้ำร้ายไปเจออย่างอื่นแทน ลุงตู่ พูดโดยไม่ต้องมีใครถามว่า เรียกอาจารย์มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่เปิดเผยสำรวจดัชนีสถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชัน พบว่าปี ๒๕๖๐ มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะสูงสุดในรอบ ๓ ปี และสถานการณ์คอร์รัปชันในปี ๒๕๖๑ จะรุนแรงมากขึ้น มาพบ! สอบถามว่าประเมินกันแบบไหน มันก็น่าหวาดเสียวอยู่ ว่าท่านไปแทรกแซงงานวิชาการหรือไม่? แต่นั่นไม่น่ากลัวเท่าการที่ท่านส่งสัญญาณผิด ถ้าเราจะจับให้ได้จริง ๆ ว่าทุจริตจริง ๆ เท่าไหร่ มันต้องไปหาคนให้หลักฐานมา แต่ถ้ากลัวกันหมด กลัวว่าวันหน้าจะไม่ได้ทำโครงการของรัฐ เพราะเป็นคนมาเปิดเผยข้อมูล แล้วเราจะสะอาดบริสุทธิ์กันได้เมื่อไหร่ แบบนี้ก็แก้ไม่ได้หรอก รัฐบาลก็แก้ไม่ได้ ต่อให้สิบรัฐบาลก็แก้ไม่ได้ ร้อยนายกฯ ประยุทธ์ก็แก้ไม่ได้ คิดแบบนี้มันก็ไม่ต่างจากที่รัฐบาลโคตรโกงเคยอ้างมาก่อน คือถ้าจะให้คนชี้เป้าเปิดหน้าเปิดตา รัฐบาลมีหลักประกันอะไรไม่ให้เขาเดือดร้อนได้บ้าง ก็ฝากถึงกัลยาณมิตรอย่าง ลุงตู่ ถ้าจะให้ผู้อื่นเปิดโปงคนโกง ท่านต้องจัดการปัญหาคนโกงที่อยู่ใกล้ตัวให้ได้ก่อน เพราะนั่นคือหลักประกันว่าท่าน เด็ดเดี่ยว และเด็ดขาด ในการปราบคอร์รัปชันแล้ว。 ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง。

หนิงแรก 2021-09-22 21:39:44

ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง, ปีนี้เป็นปีของคนชื่ออักษรย่อ ปปลา จริงๆ วานนี้ในที่ประชุม ครม มีการพูดถึงปัญหาของ ๓ ป คือ ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ บิ๊กป๊อก อนุพงษ์ เผ่าจินดา มีการแอบอ้าง ๓ ปเพื่อโกง! นับเป็นเรื่องดีครับที่ บิ๊กป้อม ประกาศกลางที่ประชุม ครมว่า หากใครมาแอบอ้าง ปปลา ไปสั่งการนู้นนี้ แจ้งมาได้เลย นี่เป็นการ การันตีว่า รัฐบาลรู้ว่าการโกงยังมีอีกมาก แถมยังแอบอ้าง ๓ ปซะด้วย แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร? ก็อย่างที่รู้กัน การแก้ปัญหาคอร์รัปชันให้ได้เด็ดขาด อยู่ที่ผู้นำว่าเด็ดเดี่ยวแค่ไหน ต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช) ที่มี ลุงตู่ เป็นประธาน ทำหนังสือถึงลุงตู่นี่แหละ แสดงความกังวลต่อบทบาทของ คตช ในสถานการณ์วิกฤติปัจจุบัน กรณี ป้อมนาฬิกา พูดง่ายๆ จะจับโกงกันอย่างไร ในเมื่อคนในรัฐบาลยังถูกสงสัยเรื่องความโปร่งใส ก็ไม่ทราบด้วยเหตุอันใด ลุงตู่ ดูจะหงุดหงิด ตอบคำถามคุณต่อตระกูล ผ่านสื่อว่า ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว เป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ ไม่อยากให้มาพูดจนวุ่นวายไปหมด ทำเรื่องการทุจริต แต่ก็อย่าทำให้มันวุ่นวาย ให้มันมีปัญหา ให้มันสับสนอลหม่านไปหมด ให้กลไกในการตรวจสอบทำไป และถ้าตรวจสอบมาแล้ว มีการทำความผิดจริง ก็เข้าไปสู่กระบวนการของศาลยุติธรรม ศาลตัดสินออกมา ก็เป็นเรื่องของศาล ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ลุงตู่ พูดถูกครับ ไม่มีอะไรผิด แต่จะตอบคำถามคุณต่อตระกูลที่ตั้งขึ้นใหม่ได้อย่างไร เราเคยเห็นนายกฯ ทำกับข้าราชการที่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบมาแล้ว มีการสั่งย้ายหรือพักงานเป็นจำนวนร้อยๆ คน ดังนั้น มันอยู่ในอำนาจของนายกฯ นั่นน่ะซิ! ใช่ครับ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจ ที่จะพักงาน บิ๊กป้อม จนกว่ากระบวนการตรวจสอบได้ข้อสรุป และมีสิทธิ์ปรับ บิ๊กป้อม ออกจาก ครม แต่ท่านก็เคยบอกไปแล้วว่า ถ้ารักตนให้รักคนอื่นใน ครมด้วย ฟังดูเหมือนมัดมือชก ฉะนั้นมองในมุมของความเด็ดเดี่ยวการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ก็ยังหาไม่เจอ ซ้ำร้ายไปเจออย่างอื่นแทน ลุงตู่ พูดโดยไม่ต้องมีใครถามว่า เรียกอาจารย์มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่เปิดเผยสำรวจดัชนีสถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชัน พบว่าปี ๒๕๖๐ มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะสูงสุดในรอบ ๓ ปี และสถานการณ์คอร์รัปชันในปี ๒๕๖๑ จะรุนแรงมากขึ้น มาพบ! สอบถามว่าประเมินกันแบบไหน มันก็น่าหวาดเสียวอยู่ ว่าท่านไปแทรกแซงงานวิชาการหรือไม่? แต่นั่นไม่น่ากลัวเท่าการที่ท่านส่งสัญญาณผิด ถ้าเราจะจับให้ได้จริง ๆ ว่าทุจริตจริง ๆ เท่าไหร่ มันต้องไปหาคนให้หลักฐานมา แต่ถ้ากลัวกันหมด กลัวว่าวันหน้าจะไม่ได้ทำโครงการของรัฐ เพราะเป็นคนมาเปิดเผยข้อมูล แล้วเราจะสะอาดบริสุทธิ์กันได้เมื่อไหร่ แบบนี้ก็แก้ไม่ได้หรอก รัฐบาลก็แก้ไม่ได้ ต่อให้สิบรัฐบาลก็แก้ไม่ได้ ร้อยนายกฯ ประยุทธ์ก็แก้ไม่ได้ คิดแบบนี้มันก็ไม่ต่างจากที่รัฐบาลโคตรโกงเคยอ้างมาก่อน คือถ้าจะให้คนชี้เป้าเปิดหน้าเปิดตา รัฐบาลมีหลักประกันอะไรไม่ให้เขาเดือดร้อนได้บ้าง ก็ฝากถึงกัลยาณมิตรอย่าง ลุงตู่ ถ้าจะให้ผู้อื่นเปิดโปงคนโกง ท่านต้องจัดการปัญหาคนโกงที่อยู่ใกล้ตัวให้ได้ก่อน เพราะนั่นคือหลักประกันว่าท่าน เด็ดเดี่ยว และเด็ดขาด ในการปราบคอร์รัปชันแล้ว。 ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ฟังคำชี้แจงของ บิ๊กตู่-พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสชภายหลัง นายต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช) ทำหนังสือถึงนายกฯ ในฐานะเป็นประธาน คตช แสดงความกังวลกรณี เสี่ยป้อม-พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมวกลาโหม ถูกตรวจสอบเรื่องนาฬิกาหรูแล้วละเหี่ยใจ อ้างว่าเป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ ศาลตัดสินออกมาก็เป็นเรื่องของศาล ไม่อยากให้มาพูดจนวุ่นวายไปหมด แล้วทีข้าราชการระดับสูง องค์กรปกครองท้องถิ่น อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบ บิ๊กตู่ ก็ใช้ ม44 เล่นงานไปนับร้อยคน แต่กับพวกพ้องตัวเองกลับใช้อีกมาตรฐาน 0 。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

ลิ้ ง 365 bet1️⃣M98| kiss918 918kiss ดาวน์โหลด 1️⃣2021| avenger98 download1️⃣LOOK618| สล็อต ค่าย ไหน ดี pantip1️⃣M98| บา คา ร่า ปิงปอง 1️⃣2021| สมัคร สล็อต เครดิต ฟรี 100 1️⃣2021| สล็อต ฝาก 200 รับ 400 ล่าสุด1️⃣M98| เล่น เกม ยิง ปลา ได้ เงิน1️⃣M98| โหลด jack88 1️⃣2021| ลอง เล่น คา สิ โน1️⃣M98| xo567 1️⃣2021| สมัคร สล็อต โจ๊ก เกอร์ 123 1️⃣2021| 918kiss all1️⃣LOOK618| เล่น เกม ที่ ได้ เงิน จริงๆ1️⃣M98| สล็อต 777 ฟรี เครดิต 501️⃣LOOK618| ทาง เข้า bacc6666 1️⃣2021| ufa qq 1️⃣2021| 24pgslot 1️⃣2021| 6666 บา คา ร่า1️⃣M98| เครดิต ฟรี ค่าย joker1️⃣M98| joker roma slot1️⃣M98| aladdin slot xo1️⃣LOOK618| ฝาก 10 รับ ร้อย1️⃣M98| 918kiss dafuq8881️⃣LOOK618| xo99th 1️⃣2021| xoslot วอ ล เลท1️⃣LOOK618| sagame66 ทดลอง เล่น1️⃣LOOK618| เล่น สล็อต แอ พ ไหน ดี1️⃣M98| สล็อต ลง ขั้น ต่ำ 1 บาท pg1️⃣LOOK618| สล็อต 918kiss เติม true wallet ไม่มี ขั้น ต่ํา 1️⃣2021| โหลด เว็บ panda7771️⃣LOOK618| สล็อต ฝาก 100 รับ 100 ล่าสุด 1️⃣2021| คา สิ โน 365 1️⃣2021| asia289 รับ เครดิต ฟรี1️⃣M98| 918kiss เครดิต ฟรี 301️⃣M98| เล่น joker ผ่าน เว็บ 1️⃣2021| xo สล็อต1️⃣LOOK618| ufa สมาชิก ใหม่1️⃣LOOK618| c2 joker slot 1️⃣2021| สล็อต เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน 20201️⃣LOOK618| สล็อต ค่าย ka1️⃣LOOK618| โหลด แอ พ 918 1️⃣2021| บา ค่า ร่า ฟรี เครดิต 100 ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| สล็อต ค่าย ต่าง ประเทศ 1️⃣2021| สล็อต หมู ทอง 1️⃣2021| เกม มือ ถือ พา รวย1️⃣M98| บา คา ร่า สมัคร ด้วย วอ เลท1️⃣M98| เครดิต sahacker ฟรี1️⃣LOOK618| เซ็กซี่ บา คา ร่า ขั้น ต่ำ 10 บาท 1️⃣2021| คา สิ โน ออนไลน์ ยิง ปลา1️⃣LOOK618| 24 allbet1️⃣LOOK618| สล็อต ฝาก ขั้น ต่ํา 10 บาท 1️⃣2021| เกม ที่ รับ วอ ล เลท 1️⃣2021| gg168 slot1️⃣LOOK618| แจก ฟรี เครดิต 200 1️⃣2021| สล็อต เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน 20201️⃣LOOK618| แจก เครดิต ฟรี 2563 1️⃣2021| joker dc slot 1️⃣2021| เกม ที่ ได้ เงิน จริง ไม่ ต้อง ลงทุน1️⃣M98| เว็บ สล็อต เล่น ฟรี 1️⃣2021| คา สิ โน ออนไลน์ ฟรี เงิน1️⃣M98| sa ลอง เล่น1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก บา คา ร่า 1️⃣2021| joker asia8881️⃣LOOK618| ฝาก 4 รับ 100 1️⃣2021| 918 เติม วอ เลต1️⃣M98| mafia ฝาก 20 รับ 100 1️⃣2021| ร้องเรียน 918kiss1️⃣LOOK618| ยู ฟ่า 8282 1️⃣2021| live22 ฝาก 1 บาท ได้ 1001️⃣M98| โปร ฝาก 10 บาท1️⃣LOOK618| m777 slot vip 1️⃣2021| สล็อต ลอง เล่น 1️⃣2021| เกมส์ เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| สล็อต 918kiss ทดลอง เล่น ฟรี1️⃣M98| เครดิต ฟรี 999 1️⃣2021| เซ๊ ก ซี่ บา ค่า ร่า เกมส์1️⃣M98| เว็บ eb88 1️⃣2021| slot fin891️⃣LOOK618| joker xo1️⃣LOOK618| บา ค่า ร่า ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| สล็อต โร มา ฟรี1️⃣LOOK618| ฝาก 25 รับ 100 pg 1️⃣2021| imi6g1️⃣M98| สล็อต vip1️⃣LOOK618| ฝาก 30 รับ 100 วอ เลท joker ล่าสุด1️⃣LOOK618| pg slot ฝาก 50 รับ 200 1️⃣2021| gclub8 1️⃣2021| สูตร บา ค่า ร่า sa gaming 20201️⃣M98| joker168 สมัคร1️⃣LOOK618| เกม ลอง เล่น ฟรี 1️⃣2021| โปร สล็อต 1 บาท 1️⃣2021| คา สิ โน ออนไลน์ เว็บ ตรง1️⃣LOOK618| ยิง ปลา 9991️⃣LOOK618|